ในโลกของเหรียญสะสม มีเหรียญไม่กี่เหรียญที่เรื่องราวดังกว่าตัวเหรียญเอง 1933 Double Eagle คือหนึ่งในนั้น เป็นเหรียญที่สหรัฐอเมริกาผลิตออกมาแต่ไม่เคยปล่อยใช้จริง เกือบทุกเหรียญถูกหลอมทิ้ง และการครอบครองเหรียญที่หลุดรอดออกมาเคยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ผลิตออกมา แต่ไม่เคยได้ใช้
โรงกษาปณ์สหรัฐฯ ผลิตเหรียญทอง 20 ดอลลาร์ปี 1933 ออกมาทั้งหมด 445,500 เหรียญ แต่ในปีเดียวกันนั้นเองรัฐบาลออกคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 6102 ให้ประชาชนส่งมอบเหรียญทองคืนแก่ธนาคารกลาง ตามมาด้วยกฎหมาย Gold Reserve Act ในปี 1934 เหรียญรุ่นนี้จึงไม่เคยถูกปล่อยออกสู่การหมุนเวียน และถูกสั่งให้หลอมทั้งหมด
มีเพียง 2 เหรียญที่ถูกเก็บไว้อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันอยู่ในคอลเลกชันเหรียญแห่งชาติของสถาบันสมิธโซเนียน
เหรียญที่หลุดรอดออกจากโรงกษาปณ์
ปัญหาคือมีเหรียญจำนวนหนึ่งหลุดออกมาจากโรงกษาปณ์ก่อนจะถูกหลอม ในปี 1944 หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ เริ่มสืบสวนและตามยึดเหรียญคืนได้หลายเหรียญ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทำลายทิ้ง
ปัจจุบันเหลือเหรียญที่รู้ว่ายังอยู่ 13 เหรียญ คือ 2 เหรียญที่สมิธโซเนียน 10 เหรียญที่ Fort Knox และอีกเพียง 1 เหรียญที่เอกชนครอบครองได้อย่างถูกกฎหมาย
เหรียญของกษัตริย์ฟารุก
เหรียญเดียวที่ถูกกฎหมายนั้นมีที่มาจากกษัตริย์ฟารุกแห่งอียิปต์ นักสะสมเหรียญตัวยง ซึ่งได้รับใบอนุญาตส่งออกจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในปี 1944 เพียงไม่กี่วันก่อนที่การขโมยเหรียญจากโรงกษาปณ์จะถูกเปิดโปง
เหรียญนี้หายไปจากสายตาอยู่หลายสิบปี จนในปี 1996 นักค้าเหรียญชาวอังกฤษถูกจับขณะนำเหรียญมาเสนอขายที่นิวยอร์ก คดีจบลงด้วยการไกล่เกลี่ยในปี 2001 ทำให้เหรียญนี้กลายเป็นเหรียญเดียวที่เอกชนครอบครองได้
สองครั้งของการประมูล
วันที่ 30 กรกฎาคม 2002 เหรียญนี้ถูกประมูลที่นิวยอร์ก ราคาจบรวมค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 7,590,020 ดอลลาร์ ในราคานั้นมี 20 ดอลลาร์ที่จ่ายเพื่อ "ทำให้เหรียญเป็นเงินตราที่ถูกต้องตามกฎหมาย" ซึ่งก็คือมูลค่าหน้าเหรียญนั่นเอง
วันที่ 8 มิถุนายน 2021 เหรียญเดียวกันกลับมาที่ Sotheby's นิวยอร์กอีกครั้งในฐานะ Lot 1 ผู้ขายคือ Stuart Weitzman นักออกแบบรองเท้าชื่อดัง และจบที่ 18,872,250 ดอลลาร์ เป็นสถิติเหรียญที่ขายได้แพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น
เหรียญอีก 10 เหรียญที่เป็นของรัฐ
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ในปี 2004 ครอบครัว Langbord นำเหรียญ 1933 Double Eagle อีก 10 เหรียญที่พบในตู้เซฟของครอบครัวไปให้โรงกษาปณ์ตรวจสอบ เหรียญเป็นของแท้ แต่รัฐบาลไม่คืนให้ คดียืดเยื้อนานกว่า 10 ปี จนศาลอุทธรณ์ตัดสินในปี 2016 ว่าเหรียญเป็นทรัพย์สินของรัฐบาล และศาลสูงสุดไม่รับพิจารณาในปี 2017 เหรียญทั้ง 10 จึงอยู่ที่ Fort Knox จนถึงวันนี้
บทเรียนสำหรับนักสะสม
มูลค่าของ 1933 Double Eagle ไม่ได้มาจากทองคำในเหรียญ แต่มาจากความหายาก ประวัติที่ตรวจสอบได้ และสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน สามสิ่งนี้ใช้ได้กับสิ่งสะสมทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเหรียญต่างประเทศหรือเหรียญไทย ก่อนซื้อชิ้นสำคัญ ควรรู้ที่มาของชิ้นงานให้ได้มากที่สุด


