วงการสิ่งสะสมระดับโลกต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งกับการประมูล เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 โดยบริษัทประมูลยักษ์ใหญ่อย่าง Sotheby's ที่มหานครนิวยอร์ก ได้มีการนำสุดยอดสิ่งสะสมที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ออกประมูลในกลุ่มแสตมป์และเหรียญ ซึ่งมี 3 รายการที่นักสะสมจากทั่วทุกมุมโลกให้ความสนใจและจับตามองว่าราคาจะไปจบกันที่เท่าไหร่ และเจ้าของสิ่งสะสมที่ทรงคุณค่าทั้งสามชิ้นนี้ คือนักออกแบบรองเท้าชื่อดังระดับโลกอย่าง Stuart Weitzman

Stuart Weitzman
Stuart Weitzman

เพียงแค่ชั่วข้ามคืน รายการทั้งสามชิ้นของเขาถูกขนานนามในวงการสิ่งสะสมว่าเป็น TOP OF THE WORLD และมีมูลค่าที่แพงที่สุดในโลกสำหรับเหรียญและแสตมป์ในขณะนั้น

Three Treasures - Collected by Stuart Weitzman
Three Treasures - Collected by Stuart Weitzman · ภาพ: Lecture Book

วันนี้ Lecture Book เลยรวบรวมเกร็ดน่ารู้สำหรับคอลเลกชัน Three Treasures - Collected by Stuart Weitzman มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน

เหรียญทองคำ 1933 Double Eagle

เหรียญทองคำรุ่น 1933 Double Eagle ชนิดราคา US$20 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตออกมาเมื่อปี ค.ศ. 1933 (พ.ศ. 2476)

เหรียญ 1933 Double Eagle ด้านหน้า
ด้านหน้า · ที่มา: Sotheby's
เหรียญ 1933 Double Eagle ด้านหลัง
ด้านหลัง · ที่มา: Sotheby's

เกร็ดน่ารู้

เหรียญเคยถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องนิรภัยที่ตึก World Trade Center ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ 9/11 เพียงแค่ 2 เดือนก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญคนทั่วโลก

พระเจ้าฟารุกแห่งอียิปต์
พระเจ้าฟารุกแห่งอียิปต์ (Farouk of Egypt)

เหรียญนี้ในอดีตเคยอยู่ในคอลเลกชันส่วนพระองค์ของพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ (11 กุมภาพันธ์ 2463 – 18 มีนาคม 2508) ซึ่งเป็นกษัตริย์นักสะสมผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการ ณ เวลานั้น

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นศาลต่อสู้คดีความกับพ่อค้าชาวอังกฤษ ซึ่งอ้างสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเหรียญทองคำนี้ คดีความจึงกินระยะเวลายาวนานและสิ้นสุดลง หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2002 เหรียญนี้จึงได้ถูกนำออกประมูล ณ มหานครนิวยอร์ก

19 ปีผ่านไป ก่อนเหรียญนี้จะเปลี่ยนสู่มือนักสะสมท่านใหม่ Stuart Weitzman มีกำไรจากเหรียญนี้กว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หมายเหตุบรรณาธิการ (2026): ราคาจบการประมูลปี 2002 ที่บันทึกไว้คือ 7,590,020 ดอลลาร์สหรัฐ รวมค่าธรรมเนียม บทความต้นฉบับระบุไว้ที่ 7.39 ล้านดอลลาร์ อ่านเรื่องเต็มได้ใน 1933 Double Eagle: เหรียญทองที่ไม่เคยถูกใช้ แต่ขายได้แพงที่สุดในโลก

บรรยากาศประมูลออนไลน์ Sotheby's
บรรยากาศประมูลออนไลน์ Sotheby's
ราคาจบเหรียญ 1933 Double Eagle US$18,872,250
ราคาจบ 1933 Double Eagle: US$18,872,250 (ประมาณ 585 ล้านบาท) · ภาพ: Lecture Book

บรรยากาศตอนช่วงประมูลรายการนี้เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นและบีบหัวใจอย่างมาก เพียงระยะเวลาแค่ 3 นาทีครึ่งในการแข่งขัน ราคาเหรียญเริ่มต้นประมูลที่ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไล่ไปถึง 10 ล้าน 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การแข่งขันประมูลดำเนินไปอย่างดุเดือด จนกระทั่งราคาประมูลจบไปที่ US$18,872,250 หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 585 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเหรียญที่มีราคาแพงที่สุดในโลก และเหรียญนี้เป็นเพียงเหรียญเดียวที่เอกชนสามารถเป็นเจ้าของได้

แสตมป์ British Guiana One-Cent Black on Magenta

ทางด้านแสตมป์ก็มาแรงไม่แพ้กัน สำหรับแสตมป์ที่ยังคงมีราคาแพงที่สุดในโลกมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 165 ปี ของประเทศ British Guiana ปัจจุบันคือประเทศ Guyana ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือจักรภพอังกฤษ เป็นแสตมป์ชนิดราคา 1 เซ็นต์ พิมพ์ด้วยหมึกสีดำบนกระดาษสีม่วง

แสตมป์ British Guiana One-Cent Black on Magenta ด้านหน้า
ด้านหน้า · ที่มา: Sotheby's
ด้านหลังของแสตมป์ พร้อมลายเซ็นเจ้าของ
ด้านหลังพร้อมลายเซ็นเจ้าของทั้ง 7 ท่าน · ที่มา: Sotheby's

เกร็ดน่ารู้

แสตมป์ดวงนี้ออกในปี ค.ศ. 1856 (พ.ศ. 2399) มีความเป็นมายาวนานถึง 165 ปี และเป็นแสตมป์เพียงดวงเดียวที่หลงเหลืออยู่มาถึงปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร
สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร

สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 (3 มิถุนายน 2408 – 20 มกราคม 2479) แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเป็นกษัตริย์นักสะสมที่ยิ่งใหญ่ และทรงเก็บสะสมจนกระทั่งรวบรวมเป็นคอลเลกชันส่วนพระองค์ Royal Philatelic Collection ซึ่งมีแสตมป์ที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์อังกฤษทุกดวง ยกเว้นแสตมป์ดวงนี้เพียงดวงเดียวที่พระองค์แพ้การประมูลให้กับนักสะสมท่านอื่นเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1922 ปัจจุบันคอลเลกชันนี้เก็บรักษาไว้ที่พระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน

ลายเซ็นเจ้าของทั้ง 7 ท่านด้านหลังแสตมป์
ลายเซ็นเจ้าของทั้ง 7 ท่าน · ที่มา: Sotheby's

ช่วงระยะเวลา 165 ปีที่ผ่านมา มีนักสะสมเพียง 7 ท่านเท่านั้นที่ได้ครอบครองแสตมป์ดวงนี้ ซึ่งแต่ละท่านที่ได้เป็นเจ้าของจะลงลายเซ็นไว้ที่ด้านหลังแสตมป์ รวมถึง Stuart Weitzman ที่ลงลายเซ็นรูปรองเท้าไว้เช่นเดียวกัน

ในปี ค.ศ. 1980 แสตมป์ดวงนี้เปลี่ยนมือนักสะสมไปในราคา US$935,000 หรือประมาณ 29 ล้านบาท

ราคาจบแสตมป์ British Guiana One-Cent Black on Magenta US$8,307,000
ราคาจบ British Guiana One-Cent Black on Magenta: US$8,307,000 (ประมาณ 257 ล้านบาท) · ภาพ: Lecture Book

ช่วงจังหวะที่ผู้เข้าร่วมประมูลฟาดฟันราคากันนั้น ราคาเริ่มต้นเปิดที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไล่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากผู้ฝากประมูลทางโทรศัพท์ ก่อนจบที่ราคาสุดท้าย US$8,307,000 หรือประมาณ 257 ล้านบาท นับว่าเป็นสุดยอดแสตมป์ที่แพงที่สุดในโลกตลอดกาล

แสตมป์ตลก The Inverted Jenny Plate Block

ที่สุดของแสตมป์ตลกที่แพงที่สุดในโลกและมีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือแสตมป์ชุด The Inverted Jenny Plate Block ชนิดราคา 24 เซ็นต์ ออกเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1918 (พ.ศ. 2461)

แสตมป์ The Inverted Jenny Plate Block ชนิดราคา 24 เซ็นต์
The Inverted Jenny Plate Block · ที่มา: Sotheby's

เกร็ดน่ารู้

ภาพขยายเครื่องบินที่พิมพ์กลับหัว
เครื่องบินบนแสตมป์ถูกพิมพ์กลับหัว · ที่มา: Sotheby's
William Thomas Robey
William Thomas Robey ผู้ค้นพบแสตมป์ตลกชุดนี้คนแรก · ที่มา: Sotheby's

William Thomas Robey ไปซื้อแสตมป์รุ่นนี้ที่ทำการไปรษณีย์ 1 แผ่น ซึ่งมีจำนวน 100 ดวง เพื่อส่งจดหมาย และสังเกตเห็นว่าแสตมป์ที่ซื้อมาพิมพ์ผิดพลาด เขาจึงกลับไปที่ไปรษณีย์เพื่อขอซื้อแสตมป์ที่พิมพ์ผิดแบบนี้อีก เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องจึงขอซื้อแสตมป์คืนจาก Robey แต่ Robey ไม่ได้นำมาคืน เขาจึงเป็นเจ้าของคนแรกที่พบแสตมป์ตลกนี้โดยบังเอิญ

Robey ซื้อแสตมป์แผ่นนี้ (100 ดวง) มาในราคาหน้าดวงคือ US$24 และหลังจากนั้นไม่นานก็ขายต่อให้พ่อค้าใน Philadelphia ไปในราคา US$15,000 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีย่อม ๆ ในสมัยนั้น

ราคาจบแสตมป์ The Inverted Jenny Plate Block US$4,860,000
ราคาจบ The Inverted Jenny Plate Block: US$4,860,000 (ประมาณ 150 ล้านบาท) · ภาพ: Lecture Book

บรรยากาศในช่วงการประมูลแข่งขันก็ดุเดือดไม่แพ้กัน ราคาประมูลรายการนี้เปิดที่ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วไต่ขึ้นอย่างรวดเร็วไปถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนกระทั่งจบที่ US$4,860,000 หรือประมาณ 150 ล้านบาท และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี แสตมป์ตลกชุดนี้ก็ยังคงเป็นแสตมป์ตลกที่แพงที่สุดในโลก

นอกจากราคาประมูลที่ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดในโลกแล้ว เส้นทางของสิ่งสะสมทั้ง 3 รายการนับว่ามีที่มาที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก